ความฉลาด

ความฉลาด ของลูกได้มาจากใคร?

ความฉลาด ได้มาจากใครกันแน่

ความฉลาด ในตัวของลูกประกอบไปด้วย DNA ที่มียีนเป็นส่วนหนึ่งของ DNA มาจากพ่อ 50% และแม่ 50% สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างคนเรา ยีนได้มาทั้งพ่อและแม่ แต่จะแสดงออกมาให้เห็นอย่างละเท่าๆ กัน ดังนั้น ลักษณะที่ปรากฏให้เห็น ก็อาจจะมาจากพ่อ ส่วนลักษณะบางอย่างก็มาจากแม่ และรวมถึงความฉลาดของลูกด้วยความฉลาดทางอารมณ์ ในชีวิตประจำวัน

ความฉลาดคือ ความสามารถในการแก้ปัญหา มีความคิดที่สร้างสรรค์ ผ่านการทางความคิด เพื่อหาคำตอบได้หลาย วิธี ไม่ใช่เป็นแค่การจดจำคำตอบ 

ทำไมจึงพูดว่าความฉลาดของลูกมาจากแม่

ความฉลาด ของลูกมาจากพ่อหรือแม่ นักวิจัยได้สร้างเอมบริโอ (Embyo) หรือตัวอ่อน
ของหนูขึ้นมา โดยมียีนของพ่อและยีนของแม่เท่านั้น เมื่อฝังตัวลงในมดลูกของหนูวัยเจริญพันธุ์ เอมบริโอกลับตายลง นักวิจัยพบว่า มียีนควบคุมบางตัว ที่รับการกระตุ้น เมื่อมีการถ่ายทอดมาจากแม่เท่านั้น และสำคัญต่อการพัฒนาของเอมบริโอ ในทางกลับกัน การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม บางอย่างของพ่อก็ยัง มีความสำคัญต่อการเจริญของเนื้อเยื่อ ที่จะถูกสร้างขึ้น

หากมียีนของพ่อหรือแม่เท่านั้น เอมบริโอก็ไม่พัฒนา และเจริญต่อไปได้ นักวิจัยจึงแก้ปัญหาโดยการดัดแปลง พันธุกรรมของหนูทดลอง เขาได้เพิ่มปริมาณยีนของแม่ เพื่อพัฒนาส่วนของหัว และสมองให้ใหญ่ขึ้น แต่ลำตัวจะมีขนาดเล็ก และอีกกลุ่มหนึ่งให้มียีนจากพ่อในสัดส่วนที่มากขึ้น ซึ่งทำให้หนูที่ดัดแปลง มีสมองเล็ก แต่มีลำตัวขนาดใหญ่

การทดลองในหนูดัดแปลง ทำให้นักวิจัยสามารถสังเกตเห็น การเติบโตของเซลล์ เอมบริโอได้ พบว่าเซลล์ที่มียีนของพ่อ จะไม่ถูกส่งไปฝังตัวในสมอง บริเวณที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ได้แก่ ไฮโปทาลามัส อะมิกดาลา พรีออปติก เซปตัม พื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบลิมบิกความฉลาดทางอารมณ์ 4 ประการ จะทำงานเกี่ยวกับพฤติกรรม การกิน ความก้าวร้าว และความต้องการทางเพศ เป็นต้น เซลล์ของแม่จะถูกส่งไปฝังตัวในสมองความฉลาดทางอารมณ์ในการทํางานบริเวณซีรีบรัล คอร์เทกซ์ จะเป็นศูนย์การทำงานเกี่ยวกับการรับรู้ และความเข้าใจ อย่างเช่น ความฉลาด ความคิด ภาษา และการวางแผน จะไม่พบว่ามีเซลล์จากยีนของพ่ออยู่ในบริเวณนี้

และมีงานวิจัยอีกหลายๆ งานยังพบว่ายีนความฉลาดอยู่บนโครโมโซม X ซึ่งสำหรับแม่แล้ว มีโครโมโซม X ถึง 2 ตัว (XX) ขณะที่พ่อ มีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว (XY) นอกและนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อว่า ยีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้อง กับความรู้ ความเข้าใจ ที่ถ่ายทอดมาจากพ่อ ดังนั้น การคาดการณ์ที่ดีที่สุดในเรื่องของความฉลาด ก็คือ มันถูกถ่ายทอดมาจากแม่นั่นเอง

งานวิจัยก็ระบุชัดเจนว่า พันธุกรรมไม่ได้เป็นตัวกำหนดของ ความฉลาดทั้งหมด ของคนเรา 40-60% ของความฉลาด จะมาจากพันธุกรรม แต่ส่วนที่เหลือนั้นขึ้น กับสิ่งแวดล้อมภายนอกมา กระตุ้น และบุคลิกเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน โดยเฉพาะความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างแม่กับลูกนั้น สำคัญต่อการเจริญเติบโต ของสมองบางส่วนของลูกด้วย

นักวิจัยทำการวิเคราะห์ พบว่า เด็กที่มีความผูกพันกับแม่จะมีฮิปโปแคมปัส ในสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำ การเรียนรู้ และการตอบสนอง ต่อความเครียด และมีขนาดใหญ่กว่าเด็กที่ขาดความผูกพัน ทางอารมณ์กับแม่ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก จะไม่ได้ช่วยในการพัฒนาความฉลาด เพราะโครงสร้างทางสังคมนั้นทำให้ลูกต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับแม่มากกว่า

สิ่งที่เราเรียกว่า ความฉลาด ก็ไม่ได้มากไปกว่าความสามารถ ในการแก้ปัญหา การแก้ปัญหา นั้นจำเป็นต้องใช้ใน การทำงานของระบบลิมบิก เพราะสมองทำงานแบบรวม ดังนั้น ความฉลาดจะเกี่ยวข้องกับการทำงาน ด้านความคิด การวิเคราะห์ แต่ก็มีอิทธิพลของสัญชาตญาณ และอารมณ์ประกอบด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นจะต้องไม่ลืมว่า ความฉลาดเป็นเครื่องกระตุ้นความท้าทายใหม่ ๆ ไปตลอดชีวิต ถ้าไม่มี ความคิด การวิเคราะห์ มิฉะนั้นสมองของเราก็จะเฉื่อยลงเรื่อย ๆ ตามอายุ

  ความฉลาดมีกี่ ประเภท 2 ประเภท ความฉลาดทางอารมณ์ และความฉลาดทางสติปัญญา เป็นต้น